Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
หน้าผาจำลองให้เช่า
เรามีผาจำลองทั้งแบบ Bloder และ Climbing

HighRopeCourse
สร้าง-ออกแบบกิจกรรม
ผจญภัยและทำงานที่สูง ที่นี่

รวมแหล่งปีนหน้าผา
แหล่งปีนหน้าผาใน เมืองไทย ถูกรวมไว้ ที่นี่

กิจกรรม Adventure
รับจัดกิจกรรมให้กับ องค์กรต่างๆ

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

เรียนปีนผา คลิกที่นี้

... ทริปจากทางบ้าน

กัณรัตน์ กฤษฎาชัยทิพย์          : เรื่อง
กนกเพชร ทองสุข    : รูป

โลกใต้ทะเลที่เกาะสุรินทร์

ในขั้นแรกเราต้องติดต่อกับทางอุทยานก่อน เพื่อติดต่อจองที่พักก่อน เพราะว่าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์นี้ รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 300 คน/คืน หรือในช่วงเทศกาลหรือที่มีคนมากๆ ก็ให้ได้ไม่เกิน 500 คน/คืน (สำหรับการพักที่อ่าวช่องขาด) แต่สำหรับตอนนี้จะมีเปิดที่พักเพิ่มขึ้นก็คือ อ่าวไม้งาม ซึ่งก็รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 300 คน/คืนเช่นกัน โดยควรจองล่วงหน้า 1 เดือน (โดยเฉพาะหากต้องการที่พักเป็นบ้านพัก) เมื่อเราติดต่อกับทางอุทยาน ทางอุทยานจะแนะนำเรือของบริษัทที่จะพาเราไปเกาะหลังจากนั้น เราก็ติดต่อบริษัททัวร์ และอาจจะต้องโอนเงินส่งไปให้แต่อย่าลืมเก็บไปโอนเงินไว้เป็นหลักฐานนะ และเมื่อจองที่พักได้แล้วก็อย่าลืมจองตั๋วรถทัวร์ต่อละเพราะคนไปเที่ยวทางภาคใต้ค่อนข้างมากเหมือนกัน

เราเริ่มเดินทางกันจากสายใต้วันที่ 30/1/46 เวลาประมาณ 18.50 น. โดยรถของบริษัทภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ ค่าโดยสารประมาณ 480 ต่อคน ปอ.1 32 ที่นั่ง (สำหรับรถทัวร์นี้มีหลายบริษัทให้เลือกอาจเป็น ลิกไนท์ทัวร์, ภูเก็ตการท่องเที่ยว, หรือ บริษัทขนส่ง) จุดมุ่งหมายที่เราจะไปกันคือ อ.คุระบุรี การนั่งรถนี้ใช้เวลาประมาณ 10 ชม. ซึ่งเมื่อมองเวลาเราอาจคิดว่านาน แต่จริงๆแล้วแป๊ปเดียวเท่านั้นเพราะตื่นขึ้นมาเราก็ถึงคุระบุรีแล้ว แต่ก็ทำให้เราเมื่อยตัวเหมือนกัน

วันที่ 31/1/46
เราถึงคุระบุรีประมาณตี 4 กว่าๆเกือบตี 5 ของวันที่ 31/1/46 เมื่อไปถึงทางรถทัวร์ที่ อ.คุระบุรี จะเปิดให้จองตั๋วรถทัวร์เพื่อกลับกรุงเทพฯ หากเราไม่จองก่อนอาจไม่มีรถกลับ (การจองตั๋วกลับกรุงเทพฯ ก็จองได้หลายวิธีคือ 1. จองที่ท่ารถบขส.อ.คุระบุรี ที่เราจอง 2. จองตั๋วไปกลับตั้งแต่ที่กรุงเทพฯ แต่อาจจะไม่ได้ ขึ้นกับช่วงที่เราไปเที่ยว 3.จองกับพี่สุทัศน์ จะเป็นผู้ดูแลรถที่จะมารับนักท่องเที่ยว ไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์) หลังจากนั้นเราก็นั่งรถของพี่สุทัศน์ ไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์(ท่าเรือคุระบุรี) ระยะทางจากท่ารถ บขส.ไปถึงที่ทำการประมาณ 10 กม. ค่าโดยสารไป-กลับ 80 บาท/คน รถออกเมื่อนักท่องเที่ยวพร้อมที่จะไปต่อ (เราใช้เวลารอประมาณ 20 นาทีเท่านั้นรถก็ออก)

ที่ทำการอุทยานแห่งชาตินี้มีร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหารและห้องน้ำให้เราได้ทำกิจธุระต่างๆ หลังจากทำธุระต่างๆเสร็จแล้วเราก็ติดต่อบริษัทเรือที่เราจองไว้ คือ บ.ซาบิน่าทัวร์ เพื่อชำระค่าเรือโดยสารที่เหลือ โดยเรือโดยสารนี้มี 2 แบบ คือ
 
 1. เรือโดยสารธรรมดา ใช้เวลาเดินทางไปหมู่เกาะประมาณ 4-5 ชม. เรือออกเวลา 8.00 น.      มีเพียงช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ค่าโดยสารไป-กลับ 1,000 บาท/คน

 2. เรือโดยสาร speed boat ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เรือออกเวลา 9.00 น.       ค่าโดยสารไป-กลับ 1,500 บาท/คน


การโดยสารเรือนี้ เรามุ่งหน้าไปที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติอ่าวช่องขาด ระยะทาง ห่างจาก ท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 60 กม. เมื่อลงเรือบริษัทซาบิน่าทัวร์จะจัดเตรียมขนมปัง น้ำ ลูกอม และยาแก้เมาเรือให้คนละ 1 ชุด (มีเฉพาะขาไปเท่านั้น) สำหรับคนที่ไม่รู้ตัวว่าเมาหรือไม่เมาก็กินยาป้องกันไว้ก่อนก็ดี และถ้าจะให้ดีก็ต้องเตรียมยาหม่อง ป้องกันอีกก็จะดี
         
ระหว่างที่เรานั่งเรือมุ่งหน้าไปเกาะนี้ เราจะเห็นป่าไม้ชายเลนตามเกาะที่เราผ่าน ซึ่งสวยงามมาก ในวันนี้เรานั่งเรือที่ชั้นล่างระหว่างที่นั่งหากเจอคลื่นแรงๆ น้ำทะเลก็จะกระเซ็นโดนหน้ากว่าจะไปถึงเกาะ เมื่อลูบหน้าลูบตัวดูจะเจอสะเก็ดเกลือเกาะตามหน้าตา เหนียวไปทั้งตัว แต่พอถึงเกาะก็จะลืมความเหนียว เหลือแต่ความสดชื่น เพราะจะได้พบชายหาดบริเวณอ่าวช่องขาดซึ่งสวยมาก และมีนกชาปีไหน(ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่าตอนแรกเข้าใจว่าเป็นนกอินทรีย์)เหิรฟ้ามาต้อนรับเรา (ความจริงไม่ได้มาต้อนรับเราหรอกเพียงแต่เขามาหาอาหารเท่านั้น)

เรือเมล์ที่เราโดยสารมานี้ไม่สามารถเข้าไปเกยหาดได้จะ ต้องผูกทุ่นลอยลำอยู่ และจะมีเรือหางยาวจากเกาะมารับเราเข้าเกาะ เรามาถึงเกาะเวลาประมาณ 12.00 น. เรือหางยาวที่มารับนี้จะส่งนักท่องเที่ยวไปตามจุดที่พักที่ทางอุทยานจัดไว้ให้

สำหรับเราพักที่อ่าวช่องขาด และบางคนที่พักที่อ่าวไม้งามเรือหางยาวก็จะพาไปส่งถึงที่เหมือนกัน สำหรับสัมภาระจะส่งตามมาทีหลัง เมื่อถึงอ่าวช่องขาดก็ติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานเรื่องที่พัก แต่ยังไม่ต้องจ่ายค่าที่พักและค่าธรรมเนียมต่างๆ เพราะทางอุทยานให้จ่ายในวันกลับ

ที่อุทยานนี้ จะมีร้านอาหารพร้อมเราไม่ต้องเตรียมอาหารไปก็ได้ ทางอุทยานได้จัดอาหารแบบเป็นชุดไว้ด้วย แต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน โดยรวมค่าอาหาร 3 มื้อ 400 บาท/คน/วัน (แยกเป็นมื้อเข้า 80 บาท, กลางวัน 140 บาท, เย็น 180 บาท) หรือหากไม่ได้จองไว้ก็สั่งอาหารตามสั่งได้เช่นกันราคาประมาณ 60,80,100 บาทแล้วแต่ชนิดอาหารที่เราสั่ง

เมื่อเสร็จธุระแล้วสัมภาระที่เรารอก็มาถึงพอดี เราก็จัดเตรียมที่พัก เราพักกันโดยเอาเต็นท์ไปกางเอง โดยจะมีพนักงานพาเราไปจุดกางเต็นท์เราจะกางบริเวณใดก็ได้ แต่ต้องไม่ขวางทางเดิน และเป็นบริเวณที่ทางอุทยานกำหนดให้ และทางเจ้าหน้าที่อุทยานเตือนมาว่าสำหรับของกินให้เก็บเข้าเต็นท์ให้หมด เพราะที่นี่มีลิงเยอะและจะเอาเฉพาะของกินเท่านั้นส่วนของใช้น่ะไม่มีความจำเป็นสำหรับเจ้าลิงหรอก
เมื่อจัดเตรียมที่พักเรียบร้อยเรายังไม่ไปดำน้ำในวันนี้ เพราะยังรู้สึกว่าค่อนข้างเพลียกับการนั่งเรือ (จากที่เราเมาเรือนิดๆ) จึงไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติตามที่ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เดินผ่านผืนป่าดงดิบตรงไปยังอ่าวไม้งาม ระยะทางประมาณ 2 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. แต่หากไปแล้วกลับมาหลังพระอาทิตย์ตก ก็อย่าลืมไฟฉายติดตัวไว้ด้วยละกัน

ระหว่างทางเดินป่าก็จะมีสถานีต่างๆ และจะมีป้ายบอกความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธรรมชาติ และความหมายบางชนิดของพืชเด่นๆ และพบป่าลักษณะต่างๆ เช่นป่าชายฝั่ง ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ป่าชายหาด เมื่อไปถึงปากทางเข้าอ่าวไม้งามเราจะพบรูปแกะสลักจากไม้ เรียกกันว่า "ลอโปง" ว่ากันว่าเป็นตัวแทนของวิญญาณที่ปกปักรักษาชาวมอแกน

และเมื่อถึงอ่าวไม้งามก็จะพบหาดทรายที่จัดว่าสวยเหมือนกัน แต่เราไปถึงเป็นช่วงน้ำลงความสวยจึงลดลงไปนิด สำหรับขากลับเราอาจจะเดินป่ากลับทางเดิมก็ได้ หรืออาจจะนั่งเรือที่ทางอุทยานจัดสำหรับส่งนักท่องเที่ยวกลับจากอ่าวข่องขาดก็ได้โดยไม่เสียค่าบริการ ระหว่างการนั่งเรือกลับนี้เราจะพบธรรมชาติสวยงามมากมายทั้งป่า ชายหาด และโขดหินริมเกาะ มองไปจินตนาการเป็นรูปต่างๆได้มากเชียว

เมื่อมาถึงอ่าวช่องขาดพระอาทิตย์ก็ตกดินพอดีเลยไม่ได้ชมวิวชายหาดของอ่าวช่องขาดต่อ แต่ไม่เป็นไรวันอื่นยังมีอีก จึงทำธุระส่วนตัว สำหรับห้องน้ำที่นี่จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สะอาดเชียวหล่ะ

สำหรับในช่วงค่ำเวลาประมาณ 19.00 น.ทางอุทยานได้เปิดให้ชมวีดีโอ ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และความรู้อื่นๆอีก ทางอุทยานฯจะเปิดให้ชมทุกวัน สำหรับไฟฟ้าทางอุทยานจะตัดไฟตั้งแต่เวลาประมาณห้าทุ่ม เพราะฉะนั้นถ้าหลังห้าทุ่มถ้าใครจะเดินทางไปไหนก็ต้องพกไฟฉายติดตัวไปด้วย สำหรับวันนี้ก็หมดไปอีก 1 วันแล้ว

วันที่ 1/2/46

เช้านี้ตื่นขึ้นมาตี 5 กว่าๆเกือบ 6 โมง กะว่าจะดูพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อยแต่ผิดหวัง เพราะพระอาทิตย์โดนเขาบังเลยอดดูเลย แต่แม้ไม่ได้ดูพระอาทิตย์แต่ดูวิวแทนก็พอทดแทนกันได้ เพราะสวยมากเหมือนกัน ส่วยบริเวณชายหาดจะมองไปจะเห็นทั้งปูเสฉวนค่อยๆเดิน และปูลมวิ่งลงรู

หาดทรายเวลาเช้าๆแบบนี้จะกว้างมากเพราะน้ำลง แต่เพียงแค่แป๊ปเดียวประมาณ 8.00 น.จะเหลือหาดเพียงนิดเดียวเพราะน้ำขึ้นไวมาก ซึ่งช่วงที่เราไปอาจเป็นช่วงที่น้ำขึ้นมาก และต่ำมากก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องหยุดชมวิวชายหาดแล้ว เพราะต้องเตรียมตัวไปดำน้ำเวลา 9.00 น. การนั่งเรือดำน้ำนี้ควรจะซื้อตั๋วสำหรับนั่งเรือไปดำน้ำล่วงหน้า ตั้งแต่ตอนกลางคืนโดยเฉพาะวันที่มีนักท่องเที่ยวมาก การซื้อจะซื้อเป็นช่วงคือ ช่วงเช้า 50 บาท/คน และช่วงบ่าย 50 บาท/คน เหมือนกัน

การจองแบบนี้จะคละกันไปไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มเรากลุ่มเดียวเท่านั้น แต่สำหรับที่มีกลุ่มใหญ่ประมาณ 12-15 คน หรือคนที่ต้องการไปตามสะดวกไม่มีกำหนดเวลาก็อาจจะใช้วิธีการเช่าเหมาก็ได้ ราคา 1,500 บาท/วัน สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำมาก็เช่าจากที่อุทยานได้ มีชูชีพและสน้อร์คเกิ้ล คนละ 150 บาท/วัน

เมื่อเตรียมตัวกันแล้วเจ้าหน้าที่ของอุทยานก็จะให้คำแนะนำต่างๆก่อนออกเดินทาง
การดำน้ำที่นี่จะมีแหล่งดำน้ำทั้งหมด 10 ที่ แต่ละวันจะพาไปดำ 5 ที่(เช้า-บ่าย) จะมีกำหนดแน่นอนว่าวันนี้จะไปดำที่ใดบ้าง และจะสลับกันทุกวัน เรือที่เราได้นั่งไปนี้มีชื่อว่า ฉลามวาฬ หมายเลข 8 กัปตันผู้นำทีมคือคุณไมตรี สลาม เจ้าหน้าที่ของอุทยาน ฟังจากพี่หนุ่ม,คุณแก้ว(นักท่องเที่ยวที่มาบ่อย) บอกว่าพี่ไมตรีจะเหมือนสังข์ทองมักจะเรียกสัตว์แปลกๆมาให้ดูบ่อยๆ เอาละเราเริ่มไปดำน้ำกันเลยละกัน


ช่วงเข้า

     เกาะสต๊อค
ที่เกาะสต๊อคนี้จะเป็นทางผ่านของสัตว์ใหญ่ ในช่วงที่เราดำอยู่นี้เราเจอฉลามหูดำประมาณ 3-4 ตัวได้ ส่วนกลุ่มที่พี่ไมตรีพาไป เจอตั้ง 7 ตัวว่ายเวียนอยู่ไม่ไปไหนเหมือนจะอวดให้ดูเป็นขวัญตา แต่ว่ายเวียนนานมากจนพี่ๆเขาเริ่มกลัวเลยถอยดีกว่า(ถึงจะรู้ว่าไม่ทำอะไรเราก็เถอะแต่ขึ้นชื่อว่าฉลามก็เสียวใช่หยอก) บางกลุ่มโชคร้ายไม่เจอฉลามสักตัว

นอกจากฉลามหูดำแล้วหากใครโชคดีมากก็อาจจะเห็นเต่าทะเล หรือกระเบนราหู ที่ว่ากันว่าเป็นสัตว์ที่ใหญ่มาก บางตัวที่ใหญ่มากๆประมาณ 6-7 เมตร แต่ส่วนใหญ่ที่เจอกันจะประมาณ 4-5 เมตร พี่ไมตรีบอกว่าถ้าช่วงเดือน มีนาคม จะขึ้นมามากเพราะฉะนั้นช่วงเดือนมีนาคม นักท่องเที่ยวจะค่อนข้างเยอะมาก มีบางครั้งที่มีฝรั่งเช่าเรือมานั่งเฝ้าเป็นวันๆเพื่อรอดูกระเบนราหู อย่าเพิ่งคิดว่านั่งอยู่บนเรือแล้วจะเห็นนะ ต้องลงไปดำด้วย นอกจากสัตว์ใหญ่ๆ ก็มีสัตว์เล็กๆน่ารักๆมากเหมือนกันนะ

     อ่าวจาก ถือว่าเป็นจุดรวมของยอดปะการังที่สวยงาม จะมีปะการังมากมาย แม้ว่าช่วงที่เราไปน้ำจะขุ่นนิดหน่อยจากการที่มีลมแรงๆ แต่ก็ยังเห็นว่าสวยมาก นอกจากนี้ยังมีปลาเล็กปลาน้อยมากมาย แต่ว่าตอนนี้น้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะพวกที่ลักลอบจับปลา นอกจากนี้ก็ยังมีพวกหอยมือเสือที่มีหลายสีบางคนเรียกหอยมือแมว(ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร)

นอกจากนี้ก็ยังเจอกัลปังหาที่สวยๆ เห็นบอกกัลปังหานี่โตไวเหมือนกัน ส่วนปะการังที่เห็นมาก ก็จะเป็นปะการังเขากวาง และปะการังจาน

     หมู่บ้านชาวมอร์แกน อันนี้ก็ถือเป็นความโชคดีของเราอีกเหมือนกัน ที่พี่ไมตรีพามาเยี่ยมชาวมอร์แกน ปกติผู้ที่จะมาอาจต้องเช่าเรือมาเอง เพราะไม่มีอยู่ในรายการดำน้ำ แต่พี่เขาเห็นเป็นทางผ่านเลยแวะมาให้ ช่วงเรามาเป็นช่วงที่น้ำขึ้น เรือหางยาวเลยเข้าไปจอดได้เราเลยได้มีโอกาสเห็นภาพสวยๆ เราได้เก็บภาพมาฝากด้วยนะ

หาดทรายที่หมู่บ้านชาวมอร์แกนตั้งอยู่เป็นหาดทรายที่สวยมากๆ สวยกว่าที่อ่าวช่องขาดที่เราเห็นครั้งแรกอีก (ในความคิดของเรานะ) หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในอ่าวไทรเอน ใกล้ๆกันจะมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และมีสถานีประมง สำหรับบ้านของชาวมอร์แกนสร้างกันแบบง่ายๆมีเสาสูง หลังเล็กนิดเดียวคิดว่าหากขึ้นไปคงต้องนั่งอย่างเดียวเพราะต่ำ แต่เราไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปข้างบนหรอกได้แต่แอบนั่งบนบันไดบ้านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเท่านั้นแหละ

ที่นี่ยังมีของฝากมากมายที่ชาวมอร์แกนทำขึ้นเองมีทั้งเสื่อ กล่องใส่ของเล็กๆ ราคาไม่แพงด้วยนะ เท่าที่มองดูนะจะเห็นชาวมอร์แกนมักจะนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ใต้บ้านมากกว่าที่จะอยู่บนบ้านอาจจะเย็นกว่าก็ได้นะ แต่ตอนนี้ต้องรีบกลับอุทยานก่อนแล้วหละเพราะช่วงบ่ายมีโปรแกรมดำน้ำต่ออีก 3 ที่ เริ่มตอน 14.00 น.


อ่านต่อหน้า 2



 เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกับทริปนี้ได้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 01 :
  โดย jn เมื่อ 14 ต.ค. 2547 00:27 น.


ชื่อหรืออีเมล์ :
ข้อความ :
        
    
   
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ด ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้ง เพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง E-mail มาที่ info@hyperventure.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป.
ติดต่อลงโฆษณา / ผู้ดูแลเว็บ
คุณกนกเพชร  ทองสุข (เพชร)
มือถือ  : 081-566-2399

mailhyper
หน้าแรก : ข่าวสาร ไฮเปอร์ | สมัครสมาชิก | ไฮเปอร์ ลิ้งค์ | ดาวน์โหลด | คนไฮเปอร์ | ติดต่อทีมไฮเปอร์
แมกกาซีน : สำรวจถ้ำ | แบกเป้เดินป่า | ปีนผาพิชิตใจ | จับพายเล่นคายัค
กิจกรรม : ทริปสำรวจ | ทริปที่ผ่านมา | จัดทริปให้เที่ยว | เปิดคอร์สสอน Adventure | เทคนิคจากไฮเปอร์
รวมบอร์ด : รวมสนทนา | พูดคุยเรื่องถ้ำ | พูดคุยเรื่องเดินป่า | พูดคุยเรื่องปีนผา | พูดคุยเรื่องคายัค | พูดคุยเรื่องโรยตัว
Shop ไฮเปอร์ : แนะนำอุปกรณ์ | ไฮเปอร์ Sale | อุปกรณ์ให้เช่า | ของที่ระลึกจากไฮเปอร์
ไฮเปอร์เซอร์วิส : บริการหน้าผาให้เช่า | รับจัดกิจกรรม Adventure
ศูนย์รวมดีๆ ที่นี่ : รวมแหล่งปีนผา | รวมร้านขายอุปกรณ์ | ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท | เที่ยวไปกินไป
Copyright © 2004 by Adventure Planet. All rights reserved.