Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
หน้าผาจำลองให้เช่า
เรามีผาจำลองทั้งแบบ Bloder และ Climbing

HighRopeCourse
สร้าง-ออกแบบกิจกรรม
ผจญภัยและทำงานที่สูง ที่นี่

รวมแหล่งปีนหน้าผา
แหล่งปีนหน้าผาใน เมืองไทย ถูกรวมไว้ ที่นี่

กิจกรรม Adventure
รับจัดกิจกรรมให้กับ องค์กรต่างๆ

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

เรียนปีนผา คลิกที่นี้

... ทริปจากทางบ้าน
นัฐวุฒิ ช้อยเครือ : เรื่อง
นัฐวุฒิ ช้อยเครือ : รูป

เดินป่าภูเข้

ผมเคยได้ไปล่องแก่งน้ำว้าที่จังหวัดน่านโดยคำเชื้อเชิญจากพี่กานต์แห่ง nantouring.com และครั้งนั้นถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวในจังหวัดนี้ ไปล่องแก่งคราวนั้นผมรู้สึกประทับใจมากกับความสนุกสนานในการล่องแก่ง ได้ชื่นชมธรรมชาติรอบๆตัว และที่สำคัญคือความมีน้ำใจไมตรีของพี่กานต์และพรรคพวก ทำให้หลังกลับจากการไปเที่ยวในครั้งนั้น ผมและพี่กานต์ได้ติดต่อพูดคุยกันอยู่บ่อยๆ และพี่กานต์เองก็มักจะชวนให้ไปเที่ยวเมืองน่านด้วยกันอีก ผมเองได้ปฏิเสธพี่กานต์ไปหลายครั้ง ไม่ใช่ว่าจังหวัดน่านไม่มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหรอกครับ แต่ด้วยภารกิจการงานต่างหากที่ทำให้ผมไม่มีโอกาสได้กลับไปเที่ยวอีก

จังหวัดน่านมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมอย่างมากมาย เช่น ภูคา ตำนานแห่งขุนเขาเมืองน่านที่มีพันธุ์ไม้หายากอย่างต้นชมพูภูคาที่จะออกดอกสีชมพูสวยๆให้เราเห็นช่วงต้นเดือนมีนาคม เป็นพันธุ์ไม้ที่พบได้ที่นี่แห่งเดียวในโลก และต้นเต่าร้างยักษ์ พันธุ์ไม้ดึกดำบรรพหายาก แต่จะพบเห็นได้อย่างมากมายในป่าเมืองน่าน หรือจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่าง พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีเถาะ หรือวัดภูมินทร์ อันเลื่องชื่อ ด้วยประวัติที่ยาวนานและครั้งหนึ่งรูปวัดเคยถูกตีพิมพ์ไว้ในธนบัติอีกด้วย

หลังจากที่เคยชวนผมหลายครั้ง แล้วผมไม่ยอมไปด้วยสักที(ไม่ได้เล่นตัวนะพี่) พี่กานต์ก็ยังไม่เคยที่จะหยุดส่งคำเชิญมาหาผม มาคราวนี้พี่กานต์บอกว่าจะพาลูกทัวร์ไปเดิน “ภูเข้” ผมก็ตงิดๆขึ้นมาว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาจากไหน สักพักก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินมาจากพี่กานต์นี่แหล่ะ พี่กานต์เคยเล่าให้ฟังว่าเคยไปเดินสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ภูเข้ และประทับใจมาก ผมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย พร้อมกับขอเวลาตัดสินใจอีกสัก 2-3 วัน เพราะไม่แน่ใจว่าจะเคลียร์งานเสร็จทันหรือไม่ แต่เหมือนโชคชะตาของผมและพี่กานต์จะต้องกัน ทำให้ผมสามารถไปเที่ยวในครั้งนี้ได้

พี่กานต์ได้มารับผมและคนอื่นๆที่สถานีขนส่งจังหวัดน่านในตอนเช้า และรีบออกเดินทางไปอ.บ่อเกลือ รถได้แวะรับคนนำทางและลูกหาบเพิ่มอีก รวมคนทั้งหมดในทริปนี้มี 14 คน ในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติไปด้วย 3 คน พวกเราเริ่มออกเดินเท้ากันที่หมู่บ้านห้วยลึก(เป็นหมู่บ้านชาวไทลั้ว) ตอนประมาณเที่ยงครึ่ง เส้นทางเดินเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินไปทำไร่ทำนากันบนภูเขา ทางเดินจะค่อยๆชันขึ้นเรื่อยๆ ผ่านทุ่งนาภูเขา ที่ผ่านการเก็บเกี่ยวไปแล้ว ทิ้งให้เหลือซังขาวแห้งๆติดดิน มองดูโล้งไปทั้งเนินเขา อากาศร้อนอบอ้าวกว่าที่ผมคิดเอาไว้ ทำให้เหนื่อยง่าย แค่ช่วงแรกของการเดินทางก็ทำให้ผมแทบจะขอถอนตัวเลยที่เดียว แต่พอเดินได้สักพักร่างกายเริ่มปรับสภาพได้ ทำให้พอเดินต่อไปได้(อย่างช้าๆ) ทางเดินเริ่มสลับจากทุ่งนาเป็นทุ่งหญ้าบ้างเป็นระยะๆ และทางเดินก็มีทางแยกมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องดูเครื่องหมายที่คนนำทางทำเอาไว้ เส้นทางที่เดินมีลำน้ำที่จะต้องข้าม 2 สาย ทั้ง 2 สายเป็นต้นน้ำของลำน้ำว้า ผมและคนอื่นๆก็อาศัยลำน้ำทั้ง 2 สายนี้ดื่มกินน้ำ ล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกเรียวแรงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ระยะเดินของคนในทริปเริ่มห่างกันมากขึ้น ใครแรงดีก็เดินกันไปก่อนใครไม่ไหวก็ค่อยๆเดิน เหนื่อยก็พัก พี่กานต์บอกว่าวันนี้เราเดินได้เรื่อยๆยังงัยก็ถึงที่พัก ไม่ต้องรีบมาก เก็บแรงไว้อีกวันดีกว่า ผมก็เห็นด้วยกับพี่กานต์เพราะผมเดินไม่ไหวเหมือนกัน กลุ่มผมและพี่กานต์จึงอยู่รั้งท้าย เหนื่อยมากๆร้อนมากๆก็หยุดนอนกันบ้าง นั่งคุยกันบ้าง หายเหนื่อยค่อยเดินกันต่อ ช่วงเย็นๆกลุ่มผมที่อยู่หลังสุดก็เดินมาถึงจุดนัดพบบริเวณคอกวัวบนทิวเขา ตรงจุดนี้จะมองเห็นวิวที่สวยงาม บริเวณทิวเขาเป็นลานหญ้าโล่งมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนที่อยู่ไกลออกไปได้ดี ในหุบเขาด้านหน้าเป็นที่ตั้งหน่วยย่อยของหน่วยจัดการต้นน้ำ และเป็นที่เพาะพันธุ์กล้าไม้ที่จะนำมาปลูกป่าด้วย บริเวณรอบๆหน่วยมีต้นเสี้ยวที่ออกดอกเต็มต้นขึ้นอยู่มากมาย มองลงไปสวยงามมาก

พอทุกคนพูดคุยทักทายกันเพื่อพักเหนื่อย พี่กานต์ได้ถามหาพี่เต้าที่เป็นคนดูแลฝรั่งที่เดินกันมาก่อนเป็นกลุ่มแรก ก็ไม่มีใครรู้ว่าพี่เต้าหายไปไหน คุยไปคุยมาก็พอสรุปสถานการณ์ได้ว่าพี่เต้าเดินหลงทางแน่นอน หลังจากรอกันอยู่พักใหญ่พวกเราก็ตัดสินใจไปกันต่อ เพราะต้องเดินขึ้นไปตั้งแค้มป์ที่ด้านบน และเวลาก็เย็นมากแล้ว ตั้งแค้มป์กันเสร็จดวงอาทิตย์ก็ตกพอดี เย็นนี้ดวงอาทิตย์ดวงกลมแดงมีหมอกฟุ้งบางๆกระจายอยู่รอบ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นนุ่มนวลได้เป็นอย่างดี

พี่เดชคนนำทางชาวไทลั้วได้อาสาออกไปตามหาพี่เต้าที่หลงทางไป เผื่อจะเจอพี่เต้าหรืออย่างน้อยก็ขอให้ได้ข่าวพี่เต้ากลับมาก็ยังดี

เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นมาสัมผัสอากาศเย็นที่มีหมอกกระจายอยู่บาง พร้อมกับได้รับข่าวจากพี่เดชที่กลับมาเมื่อเช้ามืดว่า พี่เต้าได้ให้คนพาไปส่งที่หน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำน่านแล้ว ทำให้พวกเราทั้งหมดสบายใจขึ้น แต่ก็ต้องมาหนักใจกับเสบียงและเครื่องครัวที่เหลืออยู่เพราะเสบียงและอุปกรณ์ทำครัวส่วนหนึ่งอยู่ที่พี่เต้าด้วย ทำให้พี่กานต์ต้องหาทางออกด้วยการคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆจากเสบียงที่เหลืออยู่ หลังจากทานอาหารเช้าและเตรียมอาหารกลางวันเสร็จ ทุกคนก็ออกเดินทางต่อ วันนี้เส้นทางเดินจะเดินในป่าปิดตลอดทำให้ต้องคอยๆกันหน่อยเพราะมีโอกาสหลงป่าได้สูงและเส้นทางเดินในวันนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในฝั่งชายแดนประเทศลาวด้วย พวกเราเดินขึ้นๆลงๆเขาไปเรื่อยๆบางช่วงเป็นป่าต้นเมเบิ้ลที่กำลังเปลี่ยนสี บางช่วงเป็นทุ่งหญ้าที่มีหนามอยู่เต็มไปหมด และบางช่วงก็เป็นป่าหญ้าที่ถูกไฟเผาไปแล้ว มีดอกไม้และขนุนดินขึ้นให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ ได้รสชาติการเดินป่าที่หลากหลายดี(ถูกหนามเกี่ยวจนแขนลายเชียวครับ) ประมาณเที่ยวพวกเราก็เดินมาถึงยอด “ภูเข้” ยอดเขาที่มีความสูง 2029 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในจังหวัดน่าน บนยอดภูเข้จะมีหลักปักปันเขตแดนไทย – ลาว หลักที่ 37 ตั้งอยู่ ชมวิว ถ่ายรูปกันเสร็จก็นั่งกินข้าวกันตรงยอดภูเข้เลยครับ กินข้าวกันเสร็จก็ออกเดินทางกันต่อ เส้นทางเดินลงจากยอดภูเข้จะเป็นคนละเส้นทางกับที่เดินขึ้นมา เพราะไม่อยากเดินซ้ำเส้นทางเดิม และต้องการไปชมวิวอีกที่หนึ่งด้วย

เส้นทางเดินส่วนใหญ่จะเป็นการเดินลงเขาในป่า ทำให้เดินกันได้เรื่อยๆ เดินไปดูพันธุ์ไม้ไปเพลินดี บางช่วงเป็นการเดินบนกิ่วมีลมพัดแรงๆเย็นสบายอีกต่างหาก เมื่อเดินลงไปถึงก้นหุบจะเจอลำธารน้ำสายเล็กๆให้พวกเราได้ตวงน้ำเก็บไปใช่กัน จากหุบเขานี้ต้องเดินขึ้นเขาฝั่งตรงข้ามไปอีก เพื่อไปยังจุดตั้งแค้มป์ในคืนนี้ ลักษณะของเส้นทางเริ่มเปลี่ยนจากการเดินในป่าที่มีต้นไม้สูงๆ มาเดินบนเส้นทางที่มีแต่ทุ่งหญ้าเตี้ยๆติดดินเหมือนเขาหัวโล้นแทน จุดตั้งแค้มป์วันนี้เป็นแนวทิวเขาที่แยกออกมาทางตะวันตกของแนวเทือกเขาอีกที วิวด้านพระอาทิตย์ตกดินจึงสวยสุดคำบรรยายจริงๆ และจากมุมนี้เรายังเห็นยอดภูแวที่อยู่ไกลๆได้อีกด้วย

เช้าวันสุดท้ายของการเดินทาง พวกเราหลายคนตื่นแต่เช้า เพราะตั้งความหวังว่าจะได้เห็นทะเลหมอกบ้าง แต่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีแต่เพียงหมอกหนาทึบที่ปกคลุมอยู่รอบๆตัวพวกเราแทน เส้นทางเดินในวันนี้พวกเราจะต้องเดินตัดไปยังทิวเขาอีกแนวหนึ่งที่มีชื่อว่าแนวเขาสันทราย ลักษณะของเขาสันทรายจะเป็นเขาหัวโล้นคือไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ขึ้น ทอดยาวจากเหนือลงไปใต้ ดังนั้นหลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตาเดินตัดขึ้นมายังแนวเขาสันทรายได้ พวกเราจะต้องเดินตามแนวสันเขาไปเรื่อยจนลงแนวสันเขาด้านใต้ไป บนยอดสูงสุดของแนวเขาสันทรายจะมีหลักปักปันเขตแดนไทย – ลาว หลักที่ 35 ตั้งอยู่ จากจุดนี้มองออกไปด้านตะวันตกจะว่ามีหมู่บ้านของคนไทยอยู่ระหว่างแนวเทือกเขาภูเข้และแนวเทือกเขาภูแว ถ้ามองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเห็นหมู่บ้านของชาวลาว ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาภูเข้ จุดนี้ชมวิวได้รอบทิศเพราะไม่มีอะไรมาขวางเลย

เมื่อเดินลงจากแนวเขาสันทรายแล้ว พี่กานต์ได้พาทั้งหมดเดินไปยังที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำน่าน ที่ทำการหน่วยสวยงามน่าอยู่มาก มีที่พักและลำธารไหลอยู่ข้างๆด้วย และพวกเราก็ได้พบกับพี่เต้าที่หลงทางกันตั้งแต่วันแรกมารออยู่ด้วย พี่กานต์ได้พาพวกเราไปยัง “น้ำตกรางจาน” ที่อยู่ด้านล่างของที่ทำการหน่วยฯ เดินลงเขาไปไม่ไกลมากนัก น้ำตกรางจานเป็นน้ำตกที่ตกลงมาสูงมาก ประมาณเกือบ 40 เมตรได้ เป็นน้ำตกที่ตกลงมาทีเดียวถึงด้านล่างเลย จัดได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยอีกแห่งนึง พวกเราใช้เวลาเล่นน้ำนานพอสมควร (หลังจากที่ไม่ได้อาบน้ามา 2 วัน) เสร็จแล้วก็กินข้าวกันก่อนที่จะเดินทางกันต่อ เส้นทางช่วงสุดท้ายจะเดินจากน้ำตกขึ้นเขาไประยะหนึ่ง แล้วทางเดินก็จะตัดไปออกที่ทุ่งนาที่วันแรกพวกเราใช่เดินขึ้นมากันนั่นเอง พอเดินกลับมาถึงหมู่บ้านก็จัดสัมภาระขึ้นรถ ออกเดินทางกลับตัวจังหวัดน่านกัน มาถึงตัวเมืองน่านพี่กานต์ได้เลี้ยงอาหารเย็นพวกเราอีกหนึ่งมื้อ แล้วจึงพาพวกเราไปส่งขึ้นรถกลับกรุงเทพกัน.

ขอบคุณ
พี่กานต์ (www.nantouring.com )มากๆเลยครับที่ชวนผมไปด้วย คราวหน้าพี่ชวนผมไปด้วยอีกนะครับ :-)
 
 


 เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกับทริปนี้ได้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 04 : _+_ ขอบคุณมากๆ จ๊ะ อ่านแล้วเพลินเลย อยากเดินป่าบ้าง อ่านแล้วคึกเลยจ๊ะ
  โดย อุไร เมื่อ 12 ต.ค. 2554 15:40 น.

ความคิดเห็นที่ 03 : ไม่ทราบท่านใดมีรูป หรือข้อมูลหน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำน่านบ้างครับ อยากติดต่อไปพักที่นั่นบ้าง ขอบคุณครับ
  โดย mtae59@hotmail.com เมื่อ 19 ก.ค. 2554 21:11 น.

ความคิดเห็นที่ 02 : เท่ห์ดีอ่ะ น้องเด็ด เดี๋ยวจบโปรเจคต์ที่แม่สอด จะขอสมัครร่วมทริปด้วยเน่อ....จาก พี่ชาย ที่ห้วยกระบอก
  โดย lonely_hermit_8@hotmail.com เมื่อ 09 ม.ค. 2552 22:15 น.

ความคิดเห็นที่ 01 : ภูเข้ ตอนหน้าฝนก็สวยตรึงใจเลยทีเดียว..
อยากไปอีก แต่ไปหน้าฝนนะ ไม่ไปหน้าแล้งอ่ะ..
อ้อ! แล้วต้องเดินยัน ห้าทุ่มครึ่งด้วยนิ.
  โดย ตุ๋ม เมื่อ 23 ธ.ค. 2547 19:41 น.


ชื่อหรืออีเมล์ :
ข้อความ :
        
    
   
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ด ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้ง เพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง E-mail มาที่ info@hyperventure.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป.
ติดต่อลงโฆษณา / ผู้ดูแลเว็บ
คุณกนกเพชร  ทองสุข (เพชร)
มือถือ  : 081-566-2399

mailhyper
หน้าแรก : ข่าวสาร ไฮเปอร์ | สมัครสมาชิก | ไฮเปอร์ ลิ้งค์ | ดาวน์โหลด | คนไฮเปอร์ | ติดต่อทีมไฮเปอร์
แมกกาซีน : สำรวจถ้ำ | แบกเป้เดินป่า | ปีนผาพิชิตใจ | จับพายเล่นคายัค
กิจกรรม : ทริปสำรวจ | ทริปที่ผ่านมา | จัดทริปให้เที่ยว | เปิดคอร์สสอน Adventure | เทคนิคจากไฮเปอร์
รวมบอร์ด : รวมสนทนา | พูดคุยเรื่องถ้ำ | พูดคุยเรื่องเดินป่า | พูดคุยเรื่องปีนผา | พูดคุยเรื่องคายัค | พูดคุยเรื่องโรยตัว
Shop ไฮเปอร์ : แนะนำอุปกรณ์ | ไฮเปอร์ Sale | อุปกรณ์ให้เช่า | ของที่ระลึกจากไฮเปอร์
ไฮเปอร์เซอร์วิส : บริการหน้าผาให้เช่า | รับจัดกิจกรรม Adventure
ศูนย์รวมดีๆ ที่นี่ : รวมแหล่งปีนผา | รวมร้านขายอุปกรณ์ | ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท | เที่ยวไปกินไป
Copyright © 2004 by Adventure Planet. All rights reserved.